คนอุบลฯหวังพึ่งศาลปกครองเพื่อการปกครองที่เป็นธรรม

คนอุบลฯหวังพึ่งศาลปกครองเพื่อการปกครองที่เป็นธรรม

สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี ร่วมภาคประชาสังคมเสวนาบทบาทหน้าที่ศาลปกครองเพื่อความปกครองที่เป็นธรรม สะท้อนบางเรื่องราวยังล่าช้า และหน่วยงานรัฐไม่เคารพคำตัดสินของศาล จึงไม่มีผลในทางปฏิบัติ

ที่ห้องบัวพิสุทธิ์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ภาคประชาสังคมร่วมสื่อสร้างสุขอุบลราชธานี สภาทนายความ ถกประเด็นศาลปกครองเพื่อการปกครองที่เป็นธรรม โดยมีตัวแทนทั้งภาคประชาชน ศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ตัวแทนสภาทนายความภาค 3 ร่วมวิเคราะห์บทบาทการทำงานช่วยเหลือประชาชนที่มีข้อพิพาทกับฝ่ายรัฐที่ผ่านมา

โดยนายกมล หอมกลิ่น ผู้ดำเนินรายการได้ถาม ดร.บุบผา อัครพิมาน ตุลาการศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ถึงกระบวนการรับฟ้อง ศาลปกครองจะรับคดีในส่วนการใช้อำนาจรัฐต่อประชาชน หรือกรณีคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบในหน่วยงานของรัฐ โดยระบบของศาลปกครองจะใช้วิธีการไต่สวนคดีความ ไม่ใช้ระบบกล่าวหาเหมือนศาลปกติทั่วไป

ดังนั้นการไต่สวนของศาลจะดูเอกสารหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ใช้วิธีนำบุคคลมาเบิกความเป็นพยานในการฟ้องแต่ละครั้ง และศาลยังมีสิทธิ์ในการเรียกดูข้อมูลหรือสอบถามหน่วยงานในเรื่องที่ศาลยังมีความสงสัย เพื่อให้คดีความที่ถูกนำขึ้นมาพิจารณาในศาลมีความถูกต้องแม่นยำและเกิดความเป็นธรรมกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย

“การแพ้ชนะคดีในศาลปกครองไม่สามารถอาศัยเทคนิคของคู่ความได้ และการพิจารณาแบบนี้ แม้ประชาชนผู้ฟ้องไม่มีเงินจ้างทนายความเก่งๆ ก็สามารถชนะได้จากการตัดสินของศาล”

ดร.บุบผา ตุลาการศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ยังกล่าวถึงกระบวนการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ประชาชนสามารถยื่นเรื่องได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องมีทนายความก็ได้ รวมทั้งศาลยังให้ความสำคัญแม้เพียงมีหนังสือร้องเรียนมายังศาล โดยอาจใช้วิธีส่งมาทางไปรษณีย์ ศาลก็จะนำหนังสือคำร้องมาพิจารณาเข้าข่ายต้องรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่

หากคำร้องเข้าข่าย และประชาชนยังมีรายละเอียดตกหล่น ศาลก็จะให้เจ้าหน้าที่นิติกรติดต่อกลับไปยังผู้ร้อง หารายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่กระบวนการฟ้องร้องต่อไปได้ด้วย

สำหรับความสงสัยศาลปกครองจะมีโอกาสถูกฝ่ายบ้านเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานได้หรือไม่นั้น ดร.บุบผาระบุว่า การบวนการทำงานและกระบวนการพิจารณาความดีความของศาลปกครอง ถูกออกแบบให้ตุลาการมีความอิสระ โดยดำรงตำแหน่งไปจนกว่าเกษียณ ไม่มีการเลื่อนขั้น เว้นแต่ในงานฝ่ายบริหารเท่านั้น จึงไม่มีแรงกดดันในการทำหน้าที่ของตุลาการศาลปกครอง

และที่ผ่านมาศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับเรื่องการฟ้องร้องกรณีชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการจ่ายเงินค่าชดเชยที่ดินทำกิน ที่ดินอยู่อาศัยจากการเวนคืนของหน่วยงานรัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ประชาชนได้แจ้งความไว้ รวมทั้งการฟ้องร้องของผู้ใต้บังคับบัญชาต่อผู้บังคับบัญชาที่ออกคำสั่งโดยไม่ชอบจำนวนหลายเรื่องในแต่ละปี

ขณะที่นายสุรศักดิ์ รอนใหม่ กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 3 กล่าวถึงการมีศาลปกครองทำให้ชาวบ้านเข้าถึงสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องการลดอำนาจรัฐที่ไปกระทบสิทธิของชาวบ้าน รวมทั้งเป็นการสร้างกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐผ่านกระบวนการปกครอง นับเป็นเรื่องดี

แต่ยังมีประชาชนส่วนหนึ่งไม่เข้าใจกระบวนการทำงานของศาลปกครองที่แตกต่างกับศาลปกติทั่วไป สภาทนายความที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านความยุติธรรมเบื้องต้นแก่ประชาชน จึงเป็นตัวแทนทำความเข้าใจถึงสิทธิในการฟ้องร้องแก่ประชาชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

“ศาลปกครองมีวิธีการปฏิบัติของตุลาการอยู่ แต่ก็มีวิวัฒนาการที่ดีขึ้น เพราะต้องการให้ประชาชนเข้าถึงศาลได้สะดวก แม้ทำเรื่องร้องเรียนผ่านทางไปรษณีย์ก็ยังทำได้ ขณะนี้เหลือแค่ประชาชนต้องรักษาสิทธิ์ที่เป็นของตนเอง โดยผ่านกระบวนการพิจารณาของศาลแห่งนี้”

ด้านนายสมศิลป์ สูนานนท์ ตัวแทนชาวบ้านและเป็นทนายความระบุว่า การมีศาลปกครอง ทำให้ชาวบ้านนำความขัดแย้งกรณีผู้บริหารเทศบาลนครอุบลราชธานี สั่งรื้อถอนฟุตบาธทางเท้าเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน รวมทั้งสั่งรื้อตลาดชุมชนกกยางที่มีอายุกว่า 40 ปี เพื่อขยายถนนใหม่ ซึ่งศาลได้สั่งคุ้มครองและตัดสินให้เทศบาลนครอุบลราชธานี คืนฟุตบาธให้กับชุมชน

แต่น่าเสียดายที่ศาลปกครองไม่มีอำนาจไปบังคับให้หน่วยงานที่ศาลตัดสินให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา ทำให้ปัจจุบันยังไม่มีการสร้างฟุตบาธในส่วนที่ได้รื้อออกไปแล้วกลับคืนให้ชุมชน แต่ก็ได้แนะนำให้ไปฟ้องต่อกรมบังคับคดี เพื่อบังคับให้ผู้บริหารเทศบาลปฏิบัติตามคำพิพากษา ตรงจุดนี้น่าจะเป็นช่องว่างทำให้คำตัดสินของศาลไม่มีผลในทางปฏิบัติ

ขณะที่ตัวแทนชาวตลาดกกยาง ซึ่งเข้าร่วมรับฟังได้แสดงความเห็นเรื่องเดียวกันว่า ตอนที่มีความขัดแย้งกับผู้บริหารเทศบาล ชาวตลาดต้องร่วมกันศึกษาหาช่องทางตามกฎหมาย ให้ผู้บริหารเลิกออกคำสั่งทำลายชุมชน จึงไปยื่นเรื่องกับศาลปกครอง แต่กว่าศาลจะรับพิจารณาใช้เวลานานและเพิ่งจะมีคำตัดสินในปลายเดือนสิงหาคมนี้

“ระหว่างรอการพิจารณาคดีที่กินเวลานานหลายปี วิถีชีวิตของชาวตลาดได้ถูกทำลายลงเป็นระยะ จากปัญหาหนี้สินที่กู้ยืมมาลงทุน เพราะชาวตลาดไม่สามารถประกอบอาชีพได้เป็นปกติ” ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคำสั่งของผู้บริหารเทศบาลใครจะเป็นผู้เยี่ยวยา จึงต้องการให้ศาลมีการพิจารณาคดีให้รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ เพราะการประกอบอาชีพของชาวบ้านรอนานไม่ได้ ทุกวันนี้ จึงยังมีความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากอยู่ดี         

สำหรับการเสวนาครั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถชมเทปรายการย้อนหลังได้ที่ช่อง Sangsook วีเคเบิ้ลทีวี โสภณเคเบิ้ลทีวี ราชธานีเคเบิ้ลทีวี และทางทีวีดาวเทียม Next step ช่องของดีประเทศไทย รวมทั้งสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันอุบลราชธานี FM 102.75 MHz และสถานีวิทยุ Clean radio FM 92.50 MHz อุบลราชธานี