ตั้งรางวัล 1 แสน งมลำน้ำมูลน้อย หาทอง 5 กิโลคืน

เจ้าของร้านทองเยาวราชบิ๊กซี เมืองอุบลฯ ตั้งรางวัล 1 แสนบาท ให้ผู้ที่งมทอง ซึ่งถูกคนร้ายขโมยไปโยนทิ้งลำน้ำมูลน้อย พร้อมมอบสินน้ำใจให้ผู้แจ้งเบาะแส จนตามจับคนร้ายได้ทันท่วงที …

จากกรณีเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ที่ร้านทองเยาวราชบิ๊กซีเลขที่ 15/11 ถ.ธรรมวิถี ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี ของ นายเอกรัตน์ กนกวรรณากร อายุ 61 ปี เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (28 ส.ค.56) และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามรวบตัว นายศราวุธ กาศสกุล อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 347 ถ.พิชิตรังสรรค์ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี และ น.ส.อรชร คงมาลัย อายุ 19 ปี แฟนสาว พร้อมของกลางทองคำรูปพรรณทั้งหมด หนักรวม 2,063 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท และเงินสด 1,810,810 บาท อาวุธปืน 3 กระบอก และวิทยุไอคอมสีดำ อีก 1 เครื่อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นภายในบ้านพักของนายศราวุธ อย่างละเอียด หลังมีพบการตั้งเสาสถานีวิทยุขนาดใหญ่ และมีเครื่องวิทยุ กล้องวงจรปิด ติดตามความเคลื่อนไหวของทางราชการ จึงทำการตรวจยึดอุปกรณ์ทั้งหมดภายในบ้านพักเพื่อมาทำการตรวจสอบ ประกอบด้วยไอแพดสีดำ 1 เครื่อง วิทยุโมโตโรล่า จำนวน 2 เครื่อง เครื่องทีวีจอแบน ขนาด 45 โซนี่ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง เครื่องสำรองไฟ 1 เครื่อง เครื่องรับโทรศัพท์อัตโนมัติ 1 เครื่อง เครื่องนำทางจีพีเอส 1 เครื่อง วิทยุสื่อสาร MAXON สีแดง 1 เครื่อง เครื่องบันทึกวงจรปิด ยี่ห้อ AVTECH 1 เครื่อง จอคอมพิวเตอร์ ยี่ห้อHP สีดำ 2 เครื่อง ยี่ห้อ ACER 2 เครื่อง กล้องวงจรปิดสีบรอนซ์ 1 ตัว เพื่อตรวจสอบและขยายผลเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

จากนั้น เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ส.ค.56 พ.ต.ท.นพดล ช่วยบุญ รอง ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้ควบคุมตัวนายศราวุธ ผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติ่ม โดยนายศราวุธ ให้การรับสารภาพว่า เรื่องที่ตนเป็นแอดมินเพจ “มีด่านบอกด้วยอุบลราชธานี” นั้น เพราะตนมีความฝังใจเมื่อสมัยเรียนอยู่ ม.2 ทั้งๆ ที่ตนเป็นอาสาสมัครกู้ภัย เคยช่วยงานตำรวจมา แต่พอถูกจับไม่สวมหมวกกันน็อก เงินก็ไม่มีเสียค่าปรับ ต้องเอาโทรศัพท์มือถือไปจำนำ หาเงินมาจ่ายค่าปรับ จึงสามารถนำรถจักรยานยนต์ออกมาขี่ได้ จนปัจจุบันมีโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามา ประกอบกับเห็นแฟนเพจมีด่านในจังหวัดเชียงใหม่เกิดขึ้น ตนจึงเขามาเปิดแฟนเพจนี้ขึ้นที่อุบลราชธานี และก็ได้รับความนิยมจากผู้คนเป็นจำนวนมาก ทั้งแจ้งด่าน เรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียนต่าง ส่วนการตัดสินใจเข้าจี้ชิงทรัพย์ร้านทองนั้น ยืนยันว่าทำเพียงคนเดียว และที่เลือกลงมือในร้านดังกล่าวเนื่องจากในอุบลราชธานี ร้านนี้มีทองที่นำมาโชว์เยอะที่สุด ตอนแรกเข้าใจว่าในร้านจะมีทองมูลค่าเพียง 5-6 ล้านบาท แต่พอเอาเข้าจริงมีทองคำเยอะมาก จนตนขนออกมาได้ไม่หมด และส่วนหนึ่งที่ต้องโยนทิ้งน้ำ เพราะระหว่างขับรถหลบหนีเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังสกัดจับ กลัวว่าจะไปไม่รอด โดยการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้เพียงเพราะตนอยากหาเงินไปตั้งตัวซื้อบ้าน ซื้อรถ เท่านั้น

ด้าน นายเอกรัตน์ กนกวรรณากร อายุ 61 ปี เจ้าของร้านทอง ซึ่งวันนี้กลับมาเปิดร้านขายทองตามปกติแล้ว เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทำให้ตนต้องหันมาตระหนักถึงการรักษาความปลอดภัยในร้านเพิ่มมากขึ้น โดยจะได้เพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายนอกร้าน และติดลูกกรงเหล็กดัดทั้งประตูทางเข้าและบริเวณตู้โชว์ทอง เพื่อเป็นการป้องกันคนร้าย ส่วนทองที่ถูกชิงทรัพย์ไปตรวจสอบแล้วพบว่า ทองคำเก่าที่ใส่กล่องเตรียมนำไปเปลี่ยนที่กรุงเทพฯหายไป น้ำหนักรวม 4-5 กก. มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท เป็นทองรูปพรรณทั้งหมด ซึ่งตรงกับที่คนร้ายบอกว่าได้โยนทิ้งลำน้ำมูลน้อย ที่สะพานวังแดง อ.เมืองอุบลราชธานี และขณะนี้ตนได้ตั้งรางวัลให้ผู้ที่สามารถหาทองดังกล่าวมาคืนตนได้ จะมอบรางวัลให้ 100,000 บาท เบื้องต้นพอใจในผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดอุบลราชธานีเป็นอย่างมากที่ทำงานอย่างรวดเร็ว ตามจับตัวคนร้ายมาได้อย่างทันท่วงที โดยวันพรุ่งนี้ (30 ส.ค.) ตนและครอบครัวจะได้นำสินน้ำใจไปมอบให้กับพลเมืองดี 2 คน ที่ช่วยแจ้งเบาะแสในการติดตามจับกุมคนร้ายในครั้งนี้ด้วย.

ข่าว  : ไทยรัฐ