มท.1 เผยผลสอบคลิป ผวจ.อุบลฯ ยังไม่ชัด-สั่งเช็กเพิ่ม

มท.1 เผยผลสอบคลิป ผวจ.อุบลฯ ยังไม่ชัด-สั่งเช็กเพิ่ม

มท.ชี้ ผลสอบคลิป “ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี” เรียกเงิน 10% ไม่ชัดเจน ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพิ่ม “จารุพงศ์” เผยเจ้าตัวยอมรับเป็นเจ้าของเสียง แต่ยันมีการตัดต่อ ขณะที่เสื้อแดงนับร้อยหนุนผู้ว่าฯ บุกล้อมสำนักงาน อบจ. ฉุนกล่าวหาว่าไล่ผู้ว่าฯ…

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตรวจสอบคลิปเสียงคล้ายที่อ้างว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่ง สนทนาเพื่อเรียกรับผลประโยชน์จากโครงการของรัฐ ว่า นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำรายงานส่งให้ตนแล้ว โดยเมื่อดูแล้วการสอบยังไม่ชัดเจน จึงให้สอบอเพิ่มเติม ทั้งนี้ กรณีเสียงในคลิปผู้ว่าฯ ที่ถูกล่าวหา ได้ยอมรับว่าเป็นเสียงของตนเองจริง แต่เชื่อว่ามีการตัดต่อ จึงต้องทำการสอบสวนต่อว่าในขณะนั้นคุยอยู่กับใคร มีใครอยู่ในที่นั้นบ้าง เมื่อยังไม่ได้สอบทั้งหมดทุกคนจึงต้องทำการสอบสวนเพิ่ม โดยการตรวจสอบให้เร่งดำเนินการ ซึ่งสิ่งที่ผู้ตรวจราชการรายงานมาเบื้องต้นยังไม่เพียงพอ ส่วนประเด็นเรื่องที่จะมีการตัดต่อหรือไม่ จะต้องทำการตรวจสอบทางเทคนิค เพื่อดูระดับคลื่นเสียง หากมีการตัดต่อจริงจะพิสูจน์ชัดได้ด้วยเทคโนโลยี

ด้านนายวิบูลย์ กล่าวว่า การตรวจสอบเพิ่มจะมีคณะกรรมการเข้าไปดูแล มีข้าราชการระดับที่สูงกว่าผู้ว่าราชหารจังหวัด หรืออยู่ในระดับเดียวกันเป็นประธานคณะกรรมการ โดยให้เร่งดำเนินการเพื่อนำรายงานรัฐมนตรี

เมื่อถามต่อว่าในพื้นที่จังหวัด ที่ถูกระบุมีกลุ่มมวลชนออกมาเคลื่อนไหวแสดงความไม่พอใจ โดยเห็นว่าเป็นความด่างพร้อยในการปฏิบัติหน้าที่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ทำได้อยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ ขอเพียงอย่าให้ออกนอกกรอบของกฎหมาย

นอกจากนี้ นายจารุพงศ์ ยังได้กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้าย ผวจ. เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยบางจังหวัดมีมวลชนอกมาเคลื่อนไหว ไม่พอใจที่มีการโยกย้าย ผวจ.ในพื้นที่ ว่า การมีคนเสียดายผู้ว่าฯ แสดงว่าผู้ว่าฯ เป็นคนดี เมื่อมีคนเสียใจ หรือไม่อยากให้ย้ายเป็นเรื่องปกติ แต่ถึงที่สุดแล้วต้องเป็นไปตามกลไก ส่วนการเว้นจังหวัดใหญ่บางจังหวัดไว้ เช่น ปทุมธานีและเชียงใหม่นั้น จำเป็นต้องเขย่า ต้องเสียบต้องเปลี่ยน ซึ่งมันไม่จำเป็นว่าต้องเสร็จหมดทุกคน มีบางตำแหน่งที่ต้องดูความเหมาะสม ส่วนกรณีการโยก นายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นผู้ตรวจฯ นั้น ไม่ใช่เพราะมีความผิด

ขณะที่นายวิบูลย์ กล่าวว่า ตำแหน่งของนายภาณุ คือรองปลัดกระทรวงฝ่ายกิจการพิเศษ ที่ ก.พ. สมควรไม่ให้คงตำแหน่งนี้ไว้ โดยมีผลในวันที่ 30 ก.ย.นี้ กระทรวงจึงทำเรื่องถึงสำนักงาน ก.พ. เพื่อให้ได้ตำแหน่งระดับ 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง ดูแลงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของ ก.พ.

วันเดียวกัน มีรายงานว่า กลุ่มเสื้อแดงชักธงรบ นำโดย นายพิเชษฐ์ ทาบุดดา หรือ “ดีเจต้อย” ได้เคลื่อนขบวนโดยมีรถยนต์ 20 คัน รถติดเครื่องขยายเสียง จำนวน 2 คัน และกลุ่มประชาชนที่ต่างพากันสวมใส่เสื้อสีแดงอีก 100 คน รวมตัวกันที่บริเวณหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขับไล่ นายพรชัย โควสุรัตน์ นายก อบจ.อุบลราชธานี แต่ไม่สามารถเข้าไปภายใน อบจ.ได้ เนื่องจากมีการปิดประตูทางเข้า-ออกทุกทาง และมีการตรึงลวดหนามไว้ พร้อมมีกำลังตำรวจจาก สภ.เมืองอุบลราชธานี มาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย

ทำให้กลุ่มผู้มาชุมชน ทำได้เพียงถือป้ายข้อความ และปราศรัยอยู่บนถนนสุรศักดิ์ ด้านหน้าสำนักงานฯ ขณะที่ภายใน อบจ.มีการเตรียมรถดับเพลิง และรถติดเครื่องขยายเสียงมาเปิดเพลงเสียงดัง สร้างความไม่พอใจกับกลุ่มผู้มาชุมนุม จนมีช่วงหนึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามจะพังประตูเข้าไป จึงได้มีการปิดเครื่องขยายเสียงใน อบจ.

นายพิเชษฐ์ ปราศรัยว่า พวกตนมาวันนี้เพื่อขับไล่นายพรชัย นายก อบจ.อุบลราชธานี โทษฐานลุแก่อำนาจ สร้างความแตกแยกในบ้านเมือง กระด้างกระเดื้องต่อผู้บังคับบัญชา หลายโครงการส่อไปในทางทุจริต และไม่เห็นด้วยที่ทางพนักงานราชการ อบจ.อุบลราชธานี มาแต่งชุดดำกัน โดยคลิปเรียกรับสินบนของผู้ว่าฯ นั้น คำที่ใช้ในคลิป กับคำที่ทาง อบจ.ใช้ มันตรงกัน และเมื่อมีการขับไล่ผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นข้าราชการ ตนก็ออกมาปกป้อง นายก อบจ. มาจากประชาชน ก็ไปด้วยประชาชนได้เช่นกัน เมื่อมาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ต่อไปนายพรชัยจะไปออกงานที่ไหน พวกตนจะแห่โลงศพไปรอที่นั่น และในวันจันทร์ที่ 26 ส.ค.นี้ กลุ่มพวกตนจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปยื่นเรื่องต่อ รมว.มหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย

ทั้งนี้ การชุมนุมดังกล่าว ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีแกนนำสลับกันขึ้นพูดประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นก็ได้สลายการชุมนุมกลับไป อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ อบจ.อุบลราชธานี ก็ทำการเก็บลวดหนาม เปิดประตูให้ประชาชนที่รอเข้ามาติดต่อทำหนังสือเดินทาง ซึ่งเปิดอยู่ภายในอาคารชั้น 1 ได้ตามปกติ.

ข่าว  :   Thairath