คนทำต้นเทียนวิพากษ์ แห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี “ก้าวหน้าหรือเสื่อมถอย?”

อุบลราชธานี – ช่างทำต้นเทียนพรรษาเรียกร้องจังหวัดจับมือเทศบาลฯ จัดงานเป็นเอกภาพ ลดความสับสนของนักท่องเที่ยว แนะคืนเอกลักษณ์จัดงานแบบอีสาน ขอผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากรเป็นกรรมการตัดสินประกวดต้นเทียน วางระบบขนส่งมวลชนแก้ปัญหาจราจรคับคั่ง หนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์

วันนี้ (14 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุบลรราชธานีว่า สื่อสร้างสุข จ.อุบลราชธานี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การยูเสดประเทศไทย ร่วมกับช่างทำต้นเทียนพรรษา คณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่ต้นเทียนพรรษา จัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การจัดทำต้นเทียนในงานประเพณีก้าวล้ำหรือย่ำเท้าอยู่กับที่ ที่ศาลาพระเจ้าใหญ่องค์หลวง วัดหลวง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี มีช่างทำต้นเทียนพรรษาและผู้เกี่ยวข้องแสดงความเห็นจำนวนมาก

นายสมคิด สอนอาจ ช่างทำต้นเทียนพรรษาที่มีชื่อเสียงของจังหวัด มองว่า การจัดงานแห่เทียนพรรษาในรอบ 112 ปีมีสีสันจากการจัดทำต้นเทียนหอมต้นแรกของโลก ถือเป็นแนวความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินรุ่นใหม่ที่ต้องการให้คณะกรรมการจัด งานจัดเข้าไปอยู่ในกลุ่มต้นเทียนที่ควรได้รับการพิจารณาประกวดแข่งขันแทนนำ มาโชว์อย่างเดียว เพราะต้นเทียนหอมมีรูปแบบการทำทั้งแบบแกะสลัก และติดพิมพ์ในต้นเดียว

แต่น่าเสียดายที่การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการจัดงาน ประเพณีแห่ต้นเทียนพรรษามา จังหวัดกับเทศบาลนครอุบลราชธานีจัดงานแบบต่างคนต่างทำ จึงไม่เป็นเอกภาพ ทำให้คนทำงานเกิดความสับสน นักท่องเที่ยวมึนงงสงสัย

สำหรับการตัดสินต้นเทียนพรรษา ต้องการให้เพิ่มกรรมการในส่วนของกรมศิลปากรเพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านงาน พุทธศิลป์ ไม่ใช่ปล่อยให้คณะกรรมการท้องถิ่นเป็นผู้ตัดสินกันเอง เพราะกรรมการจากกรมศิลปากรจะทำให้เกิดการพัฒนาจัดทำต้นเทียนพรรษาให้ก้าว หน้าขึ้นไป

ขณะที่นายปัญญา แพงเหล่า นักสื่อสารมวลชนและนักประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า มีการจัดขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาที่อลังการ แต่ขบวนแห่ยาวจนเกินความจำเป็น และมีการจัดแสดงงานต้นเทียนกระจายหลายแห่ง ทำให้นักท่องเที่ยวสับสน ไม่รู้จะดูอะไรบ้าง จึงควรกำหนดพื้นที่จัดแสดงชัดเจนเพื่อง่ายต่อการเข้าชมของนักท่องเที่ยวและ ประชาชน

ด้านนายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงการให้งบประมาณสนับสนุนการจัดทำต้นเทียนว่า จังหวัดสนับสนุนเต็มที่ และได้ตระเวนดูการจัดทำต้นเทียนตามคุ้มวัดด้วยตนเอง แต่เห็นว่าการจัดงานยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสำนักงานการท่อง เที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพราะมีสินค้าหลายตัวที่ ททท.ให้ค่าลิขสิทธิ์น้อยไป

ขณะเดียวกัน ตำรวจจราจรก็จัดการจราจรไม่ดี ทำให้ช่วงการจัดงานมีรถติดยาว ไม่สะดวกต่อการเดินทางเข้ามาชม ทั้งที่จังหวัดได้ให้งบประมาณใช้จัดการจราจรไปกว่า 3 แสนบาท แต่ไม่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ การบรรยายช่วงถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยผู้บรรยายก็พูดแต่ภาพ รวม ไม่ให้ความสำคัญต่อช่างผู้จัดทำ และรายละเอียดของต้นเทียนแต่ละต้น ทำให้ประชาชนที่ดูอยู่ทางบ้านไม่ให้ความสนใจ

ซึ่งในปีต่อไปตนจะเข้ามาควบคุมดูแลการจัดงานให้มากกว่านี้ เพราะต้องการให้งานประเพณีแห่ต้นเทียนพรรษาของ จ.อุบลราชธานีเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกตลอดไป

ทั้งนี้ ช่างทำต้นเทียนและผู้รู้หลายคนเสนอว่า ควรคงเอกลักษณ์ความเป็นอีสานทั้งเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ อุปกรณ์ตกแต่งขบวน รวมถึงป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพราะเริ่มมีการนำเอกลักษณ์ของภาคอื่นมาใช้ ทำให้เสียอัตลักษณ์ของเมืองอุบลราชธานีและคนอีสาน แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก็ต้องทำ

พร้อมกับให้รื้อฟื้นการอัญเชิญต้นเทียนพระราชทานทางน้ำ เพราะเป็นการจัดขบวนเรืออัญเชิญที่งดงาม สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมได้มาก และเสียดายที่ปีนี้ไม่มีการจัดแสดงงานต้นเทียนของศิลปินนานาชาติที่จัด ติดต่อกันมาเกือบ 10 ปี

ขณะที่การจัดการจราจรควรทำระบบขนส่งมวลชนให้สมบูรณ์ ใช้ขนส่งนักท่องเที่ยวจากชานเมืองเข้ามาชมขบวนแห่แทนให้นักท่องเที่ยวขับรถ เข้ามาเอง จะช่วยลดความแออัด และนักท่องเที่ยวเข้าชมงานได้อย่างทั่วถึง ซึ่งหลังการเสวนาหลายภาคส่วนรับเป็นเจ้าภาพนำปัญหาไปแก้ไขในการจัดงานปีต่อ ไปด้วย

สำหรับการเสวนาครั้งนี้สามารถชมเทปรายการย้อนหลังได้ที่ช่อง Sangsook วีเคเบิลทีวี โสภณเคเบิลทีวี ราชธานีเคเบิลทีวี และทางทีวีดาวเทียม Next step ช่องของดีประเทศไทย รวมทั้งสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันอุบลราชธานี FM 102.75 MHz และสถานีวิทยุ Clean radio FM 92.50 MHz อุบลราชธานี

ที่มา ข่าว , ภาพ : ASTV