สสจ.อุบลฯเตือนประชาชนระวังโรคฉี่หนู ในช่วงฤดูฝน

สสจ.อุบลฯเตือนประชาชนระวังโรคฉี่หนู ในช่วงฤดูฝน

นายแพทย์สุรพร  ลอยหานายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ปี 2556 สถานการณ์โรค Leptospirosis หรือ โรคฉี่หนูในประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูแล้ว 3,836 ราย เสียชีวิต 54 ราย ซึ่งโรคฉี่หนูได้แพร่ระบาดมากที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ และรองลงมาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับในขณะที่ในพื้นที่จังหวัดสตูลปี 2555 มีผู้ป่วยโรคฉี่หนู 31 ราย พื้นที่มีการแพร่ระบายโรคฉี่หนูของจังหวัดสตูล คือ ในอ.ควนกาหลง และอ.มะนัง ส่วนสถานการณ์จังหวัดอุบลราชธานี (  ช่วงระหว่าง  1  มกราคม 2556   ถึง 31 กรกฎาคม2556 )สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคฉี่หนู(Leptospirosis )  จำนวนทั้งสิ้น 41 ราย  คิดเป็นอัตราป่วย   2.26  ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต     พบผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง  โดยพบเพศชาย34  ราย  เพศหญิง 7  ราย  กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือกลุ่มอายุ 35 – 44 ปี จำนวนผู้ป่วยเท่ากับ  10 ราย รองลงมาคือ กลุ่มอายุ  55 –  64 ปี,25 – 34  ปี,45 – 54  ปี  จำนวนผู้ป่วยเท่ากับ  8,8,5ตามลำดับ        สำหรับอาชีพที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดคืออาชีพเกษตรกร  จำนวนผู้ป่วยเท่ากับ  27  ราย  รองลงมาคือ   อาชีพนปค.,   อาชีพรับจ้าง,   อาชีพงานบ้าน  จำนวนผู้ป่วยเท่ากับ  5,4,3 ราย ตามลำดับ  อำเภอที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุดคืออำเภอ   เหล่าเสือโก้ก อัตราป่วยเท่ากับ 7.45  ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ   อำเภอ ม่วงสามสิบ,  อำเภอ บุณฑริก,  อำเภอ สิรินธร อัตราป่วยเท่ากับ  7.15 ,  6.67 ,  5.85 ตามลำดับ

นายแพทย์สุรพร กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้โรคฉี่หนูดังกล่าวติดต่อมาจาก หนู สุนัข โค กระบือ สุกร ฯลฯ ที่เป็นตัวนำเชื้อมาแพร่ โดยสัตว์เหล่านี้จะปัสสาวะปนเปื้อนเอาไว้ในแม่น้ำ  ลำคลองหรือสถานที่มีน้ำขัง พื้นที่แฉะ  ทำให้ผู้คนที่ลงไปเดินลุยน้ำท่วมติดเชื้อโรคฉี่หนูเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือทางเยื่อบุอ่อน ๆ ง่ามมือ ง่ามเท้า ดวงตา ฯลฯ ในขณะที่โรคฉี่หนูสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือลุยโคลนตม โดยเฉพาะอย่างผู้ที่มีบาดแผล ตามแขน ขา มือ เท้า แต่ถ้าหากจำเป็นต้องเดินย่ำ หรือเดินลุยน้ำโคลน โดยเฉพาะชาวสวน ชาวนา รวมทั้งผู้ทำงานบ่อปลา ขุดลอกท่อระบายน้ำ ขอให้สวมใส่รองเท้าบู๊ท และสวมถุงมือยางป้องกันเอาไว้ด้วย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ติดเชื้อโรคฉี่หนูเข้าสู่ร่างกาย ประการสำคัญหลังเดินลุยน้ำ หรือลุยโคลนแล้วต้องเร่งทำการล้างร่างกายโดยเฉพาะที่บริเวณบาดแผลที่มีอยู่ตามร่างกายให้สะอาด  นอกจากนั้นให้ทำความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาด หากพบหนูปัสสาวะทิ้งไว้ หรือกัดแทะสิ่งของต่างๆ ภายในบ้านควรนำสิ่งของเหล่านั้นไปทำลายทิ้ง และเก็บกวาดขยะมูลฝอยนอกบ้าน หรือภายในบ้านเรือนให้สะอาด กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ จะปลอดภัยจากโรคฉี่หนูอย่างแน่นอน

รสสุคนธ์  มณฑา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ข่าว/ส่งข่าว

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี