DSI ร่อนหมายจับถึงสหรัฐฯ – EU เพิกถอนวีซ่า “ไอ้คำ” ส่งเครื่องบินรอรับกลับไทยดำเนินคดี

DSI ส่งหมายจับถึงมะกัน และ EU เพิกถอนวีซ่า “สมีคำ” พร้อมส่งเครื่องบินไปรับกลับไทยดำเนินคดี เตรียมลงพื้นที่ จ.อุบลฯ สอบร้านทองที่ใหญ่ที่สุดใน จว.หลังพบขายบ้านจัดสรรให้โล้นคำ 3 หลัง มูลค่ากว่า 9 ล้านบาท

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 17 ก.ค.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน พ.ต.อ.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการสอบสวนดำเนินคดีนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ประธานสำนักสงฆ์ขันติธรรม หลังดีเอสไอและแนวทางการตรวจสอบทรัพย์สิน ล่าสุดดีเอสไอเตรียมลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อสอบสวนร้านทองแห่งหนึ่งที่ใหญ่สุดในจังหวัด หลังสอบสวนพบว่าขายบ้านจัดสรร 3 หลัง มูลค่า 9 ล้านบาท ให้กับนายวิรพล พร้อมสอบสวนเบาะแสทองคำที่นายวริพล เปิดรับบริจาคมาสร้างพระแก้วมรกตจำลอง

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เมื่อเช้านี้ (17 ก.ค.) ดีเอสไอได้ยื่นศาลอาญาขอออกหมายจับ ทางผู้พิพากษาเวรได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจต่อสาธารณะ จึงขอพิจารณาโดยรอบคอบ และอธิบดีศาลอาญาเห็นว่าเป็นประเด็นสาธารณะ ท่านจึงจะใช้การพิจารณาองค์คณะชุดใหญ่ของศาลอาญา พร้อมนัดดีเอสไอไปรับทราบผลการอนุมัติหมายจับเวลา 13.00 น.วันที่ 18 ก.ค.ที่มีข่าวว่าศาลจะไม่ออกหมายจับไม่จริงนั้น เป็นเพียงข่าวลือ ทั้งนี้ทางเรามีความมั่นใจในพยานหลักฐานและเหตุผลที่จะได้รับการอนุมัติหมาย จับจากศาลอาญา เพื่อดำเนินการอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งการประสานยกเลิกพาสสปอร์ตและ ยกเลิกวีซ่า

พ.ต.ท.วิชิต อุปะถะ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวว่า ได้ใช้อำนาจพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจาณณาความอาญา ได้ออกหนังสือถึงสถาบันการเงิน 140 แห่ง อายัดบัญชีธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ และได้ส่งหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดินเพื่ออายัดคอนโด ที่มีชื่อนายวิรพล สุขผล โดยให้อายัดการทำธุรกรรมทั้งหมด รวมทั้งรถยนต์ ยานพาหนะทุกประเภท โดยได้ส่งหนังสือถึงอธิบดีกรมการขนส่งบก ส่วนข้อมูลที่พบว่าวัดหรือพระที่ได้รับมอบรถจากนายวิรพล นั้นอยู่ระหว่างการประสานงาน

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ กล่าวว่า วันที่ 18 ก.ค.นี้พยานได้นัดนำหลักฐานของรถยนต์นายวิรพลอีกว่า 10 คัน มาให้ดีเอสไอ ล่าสุดมีผู้หวังดีส่งรูปให้ตนเป็นรูปรถโรลสรอยซ์ 3 คัน ราคาแพงที่จอดอยู่ในโรงจอดรถที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม และรถอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า 1 คัน ตนได้สั่งการให้ รอง ผบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบ ขอให้ผู้ที่ครอบครองรถมาชี้แจง เพราะเข้าไปจอดในสำนักสงฆ์ของเณรคำ แต่รถเหล่านี้ไม่อยูแล้ว นอกเหนือจากบัญชีรถยนต์ที่เคยเปิดเผยไป ทั้งนี้อยากขอเตือนคนที่รับรถยนต์ไว้ต่อ จะมีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดยักย้ายถ่ายเททรัพย์ที่ได้มาจากฉ้อโกงและฟอกเงิน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ 087-1028877

ต่อมาเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงว่า ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับนายวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ อายุ 34 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 158 หมู่ 10 ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี หมายจับเลขที่ 1245/2556 ประกอบด้วย 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน ตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษสูงสุด 5 ปี อายุความ 10 ปี โดยมีการกระทำผิด 2 ก.ค.56 2.ฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน ตามมาตรา 341 และมาตรา 343 ประมวลกฎหมายอาญา มีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และ 3.กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร ตามมาตรา 277 และมาตรา 317 ประมวลกฎหมายอาญา คดีมีอายุความ 20 ปี แต่มีการทำผิดปี 2543 จะหมดอายุความ 2563 มีอัตราโทษ 20 ปี

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ส่วนหมายจับครั้งนี้มีอายุความ 10 ปี ถึงวันที่ 2 ก.ค.2566 ดีเอสไอจะมีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา และมหาเถรสมาคม ให้ดำเนินการไปยังศูนย์ควบคุมของมหาเถระที่ควบคุมหนังสือเดินทางของพระที่จะ เดินทางไปต่างประเทส ให้ดำเนินติดต่อกงสุล กระทรวงต่างประเทศ เพื่อเพิกถอนหนังสือเดินทาง ส่าวนการเพิกถอนวีซ่า ดีเอสไอได้ประสานกลุ่มประเทศในยุโรป และอเมริกา โดยทราบที่อยู่ของนายวิรพล ล่าสุดแล้ว แต่ไม่เปิดเผยพร้อมจะประสานประเทศดังกล่าวให้เพิกถอนวีซ่า ทั้งนี้ หากการเพิกถอนหนังสือเดินทางหรือวีซ่า จะมีการผลักดันผู้ต้องหากลับมายังประเทศไทย โดยดีเอสไอจะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับยังสนามบินของประเทศนั้นเพื่อนำตัวกลับ ประเทศไทย

นายธาริต กล่าวว่า ขอฝากไปยังลูกศิษย์ของผู้ต้องหาว่า ดีเอสไอเราจะยึดหลักไม่ละเมิดสิทธิใดๆ การที่ลูกศิษย์ไปยื่นหนังสือที่ใด หากยังไม่เป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม เราก็เคารพ หากเข้าข่ายขัดขวางการทำหน้าที่หรือข่มขู่พยาน เราจะดำเนินคดี ขอเตือนให้ทำอยู่ในกรอบกฎหมาย ส่วนพาสปอร์ตของนายวิรพล มีการต่ออายุ 6 ก.ค.2554 เลขที่ R 9807819 ซึ่งจะมีอายุถึงวันที่ 5 ก.ค. ค.ศ.2016 ส่วนเรื่องความผิดกำลังตรวจสอบมีหลายข้อหา ทั้งฟอกเงิน ขับรถชนคนตายโดยประมาทไม่ได้ทิ้งประเด็น วันนี้ออกหมายจับ 3 ข้อหา ส่วนคดีฉ้อโกง กองปราบปรามจะส่งสำนวนมาให้ดีเอสไอ วันที่ 19 ก.ค.พร้อมรอสอบปากคำผู้เสียหายต่อไป

ที่มาข่าว , ภาพ : ASTV