ม.อุบลฯตรวจวัสดุพระแก้วมรกต ด้าน กรมศิลป์ หวั่นเกิดอุบัติเหตุ พบรอยร้าว เอียง

วันนี้ ม.อุบลฯ เริ่มตรวจวัสดุก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลอง ด้านกรมศิลป์ห่วงอาจเกิดอันตรายหลังสำรวจพบรอยร้าว โครงสร้างเป็นสนิม มีน้ำขังภายใน เอียง ขณะที่ พศ.ร่อนหนังสือชงบัวแก้วตัดสินถอนพาสปอร์ต ‘สมีคำ’

วันนี้ (17 ก.ค.) นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลอง ที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ว่า หลังจากที่ตนได้ลงพื้นที่กับสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตรวจสอบวัสดุก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองอีกครั้ง โดยเบื้องต้นได้ความเห็นตรงกันว่าไม่ใช่หยกแน่นอน เพราะหากเป็นหยกจริง หยกก้อนหนึ่งมีค่ามาก คงไม่มีใครเอาชิ้นส่วนที่แตกหักมาทิ้งไว้เช่นนี้ และขณะนี้ยังประเมินราคาการก่อสร้างไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ทราบว่าเป็นวัสดุชนิดใด อีกทั้งต้องให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญมาประเมินราคาเพื่อความแม่นยำ ซึ่งทางดีเอสไอได้เก็บหลักฐานเพื่อนำไปประกอบการตั้งข้อหาฉ้อโกงเงินบริจาค ของประชาชนต่อไป

นายขจร กล่าวด้วยว่า สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี ได้รับรายงานจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีว่า ทางมหาวิทยาลัยจะเริ่มตรวจสอบวัสดุด้วยเทคนิควิธีทางวิทยาศาสตร์ในวันนี้ ส่วนผลการตรวจนั้น คาดว่าจะทราบภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งผลการตรวจสอบนั้นน่าจะบอกได้แต่เพียงว่าหินดังกล่าวมีส่วนประกอบของอะไร บ้าง แต่คงไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นหินอะไร หรือเป็นหยกหรือไม่ แต่ทางสำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี จะพยายามหาข้อมูลให้ได้ว่าเป็นหินอะไร แม้จะต้องส่งไปยังหน่วยงานที่เชี่ยวชาญเรื่องหินให้ชี้ชัด ที่สำคัญตนเป็นห่วงในส่วนของกรณีนายช่างกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถานได้พบความผิด ปกติขององค์พระแก้วมรกตจำลอง 4 จุด ได้แก่ รอยแตกร้าวบางส่วน เหล็กโครงสร้างเป็นสนิม มีน้ำขังภายในเวลาฝนตก และเมื่อมองด้วยสายตาตัวองค์พระแก้วมรกตจำลองเอียง เพราะเกรงว่าหากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดอันตรายได้

วันเดียวกัน นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ได้รับหนังสือรายงานผลการประชุมของคณะกรรมการศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศ สำหรับพระภิกษุสามเณร (ศ.ต.ภ.) ที่พระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เป็นประธานแล้ว โดยมติของที่ประชุม แจ้งว่าไม่มีอำนาจเสนอให้เพิกถอนหนังสือเดินทางของอดีตหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากทางกรมสวบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประสานให้ พศ.ช่วยประสานกับศ.ต.ภ.เพื่อเสนอขอเพิกถอนหนังสือเดินทาง แต่เมื่อ ศ.ต.ภ.บอกว่าไม่มีอำนาจ ดังนั้นตนจึงลงนามหนังสือ เพื่อเสนอความเห็นไปยังกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ว่าเรื่องดังกล่าวทางดีเอสไอ สรุปว่าการกระทำของอดีตหลวงปู่เณรคำมีความผิดทางอาญา รวมถึงคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ มีคำสั่งให้ปาราชิกและคณะสงฆ์อุบลราชธานี ได้มีมติขับออกจากสังกัดแล้ว จึงเห็นว่าสมควรพิจารณาเพิกถอนหนังสือเดินทางของอดีตหลวงปู่เณรคำ เพราะขณะนี้ไม่ได้เป็นพระสงฆ์แล้วหากปล่อยไว้อาจจะเกิดเรื่องเสียหายตามมา ได้ ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอ กต.ว่าจะเพิกถอนหรือว่ามีความเห็นอย่างไรต่อไป
ที่มาข่าว , ภาพ : ASTV