นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลฯขอความร่วมมือสถานศึกษา!!!รับมือการระบาดของโรคไข้เลือดออก

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลฯขอความร่วมมือสถานศึกษา!!!รับมือการระบาดของโรคไข้เลือดออก

นายแพทย์สุรพร ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ในปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกทวีความรุนแรงมากขึ้น ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง ทุกอำเภอ เชิญกรรมการควบคุมโรคะดับตำบล/หมู่บ้าน( อบต./โรงเรียน/ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน/ศูนย์เด็กเล็ก/วัด/อสม. ) เข้าประชุม  War  room การติดตามแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออก และรายงานสาธารณสุขจังหวัดทราบ ผ่านระบบ Teleconference และช่องทาง Line   ทุกวัน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทางจังหวัดได้ติดตามและแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออก ในภาพรวมจังหวัดอุบลราชธานี ในทุกวัน  รวมทั้ง ให้ทีม SRRT ทุกอำเภอเก็บตัวอย่างทรายเคลือบสารเคมีกำจัดลูกน้ำ ส่งตรวจสอบคุณภาพที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี ต่อไป ทั้งนี้มาตรการด้านส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานต่อเนื่อง  จะได้สนับสนุนน้ำยาเคมีกำจัดยุงแก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง เน้นมาตรการการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก การให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยมอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/รพช./โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/เทศบาล จัดประชุมหรือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อขอความร่วมมือในการควบคุมโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ รวมทั้งทำความเข้าใจถึงเทคนิคการพ่นหมอกควันกำจัดยุงลายที่ถูกต้อง

นายแพทย์สุรพร กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มผู้ป่วยที่สงสัยและมีอาการคล้ายไข้เลือดออก ส่วนใหญ่มักพบในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน จึงขอความร่วมมือให้ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษาให้จัดกิจกรรมตามแนวทางการจัดกิจกรรมป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก ในสถานศึกษา โดยจัดกิจกรรมที่ต้องดำเนินการ “ ทุกวัน หรือ ทุกสัปดาห์ ” ได้แก่ การกำจัดลูกน้ำยุงลาย โดยขอให้เปลี่ยนถ่ายน้ำในภาชนะที่ปลูกพืชน้ำ เช่น แจกันใส่พลูด่าง หรือพืชน้ำอื่น ๆ พร้อมขัดคราบสกปรกหรือเปลี่ยนเป็นใส่ดิน/ทรายก่อสร้างแทน,    เทน้ำในจานรองกระถางต้นไม้ทิ้ง และขัดล้างทุกครั้ง หรือใส่ทรายก่อสร้างเพื่อป้องกันน้ำขัง,   ปล่อยปลากินลูกน้ำ เช่น ปลาหางนกยูง, ปลากัดในอ่างบัว หรือภาชนะที่ไม่มีฝาปิดหรือไม่สามารถใส่ทรายกำจัดลูกน้ำ(ทรายทีมีฟอส)ได้  การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ได้แก่   เก็บ ฝัง เผา เศษใบไม้ เศษภาชนะที่ขังน้ำได้  เช่น ขวดน้ำ แก้วน้ำ กล่องโฟม ถุงพลาสติก ฯลฯ,   ยางรถยนต์เก่าที่ไม่ใช้แล้ว ควรใช้วิธีเจาะรูไม่ให้น้ำขัง หรือปกปิดให้มิดชิด หรือนำไปขาย,  ท่อระบายน้ำบริเวณรอบ ๆ อาคาร หรือห้องน้ำ, ห้องส้วม ควรระบายน้ำออกให้แห้งไม่ควรใส่ทรายกำจัดลูกน้ำ เพราะจะไม่ได้ผล,  หลุม บ่อ, แอ่งน้ำ ควรใช้วิธีกลบ ถมด้วยดินหรือทราย   การปรับปรุงสถานที่ทำงาน  ห้องเรียน  และบริเวณรอบ ๆ โรงเรียน โดยจัดสถานที่ทำงาน   ห้องเรียน  ให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก    และมีแสงสว่างส่องถึง หรืออาจทาสีที่มีความสว่างจะช่วยได้ ห้องเรียนอาจกั้นมุงลวด หรือตาข่ายกันยุง ,บริเวณรอบ ๆ สถานศึกษา  หอพักนักเรียน/นิสิต/นักศึกษา บ้านพักเจ้าหน้าที่  ควรถางป่า ถมดินบริเวณที่มีน้ำขัง,ตัดแต่งกิ่งไม้, ต้นไม้ เพื่อไม่ให้เป็นที่พักอาศัยของยุงลาย สำหรับกิจกรรมการเรียนการสอนขอความร่วมมือให้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยให้ความรู้ เรื่อง “ยุงลายและโรคไข้เลือดออก” ,     จัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ การป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก,     จัดกิจกรรมและมอบหมายให้นักเรียนสำรวจลูกน้ำยุงลายพร้อมทั้งทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่บ้าน ทุก 7 วันและครู/อาจารย์ประจำชั้นมีการประเมินผล โดยติดตามผลการสำรวจลูกน้ำในภาชนะต่าง ๆ ของครอบครัวเด็กนักเรียนพร้อมให้ความรู้ในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกแก่ผู้ปกครองเมื่อมีโอกาส

“ ภาคีเครือข่ายร่วมใจ ต้านภัยไข้เลือดออก ”

  รสสุคนธ์  มณฑา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ข่าว/ส่งข่าว

  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี