ม.อุบลฯ ร่วมส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์ “ปลาบึกยักษ์”

ม.อุบลฯ ร่วมส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์ “ปลาบึกยักษ์”

 เมื่อเช้าวันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืดหายาก “ปลาบึกยักษ์” และปรับปรุงระบบนิเวศเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายฝูงปลาบึกยักษ์ขนาดใหญ่ จำนวน ๑๕ ตัว ซึ่งแต่ละตัวปัจจุบันมีน้ำหนัก ๑๐๐ – ๑๕๐ กิโลกรัมต่อตัว และมีอายุมากกว่า ๒๒ ปี ซึ่งเดิม รองศาสตราจารย์ ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(คนแรก)  ได้นำพันธุ์ปลาบึกมาจากกรมประมงเพื่อทำการเพาะพันธุ์ที่หนองอีเจม  เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำจืดที่หายากและกำลังจะสูญพันธุ์ไป หากไม่มีการอนุรักษ์ไว้  

ทางมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจึงได้ทำการเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาบึกต่อมาที่หนองอีเจมที่เป็นแหล่งน้ำของมหาวิทยาลัย และในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ระบบน้ำในหนองอีเจมได้มีสภาพแห้งขอดลงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคภายในมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ มหาวิทยาลัยจึงมีความจำเป็นต้องรีบทำการเคลื่อนย้ายปลาบึกฝูงดังกล่าว จากหนองอีเจมฝากเลี้ยงไว้เป็นการชั่วคราว ณ บริเวณสระน้ำพื้นที่ ๗๐ ไร่ จากนั้น จึงได้ทำการปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ำ “หนองอีเจม” เป็นการชั่วคราว เพื่อจะได้รองรับการกักเก็บน้ำจากธรรมชาติในช่วงฤดูฝน เพื่อไว้ใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี และจะได้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำน้อยใหญ่ โดยการฟื้นฟูระบบนิเวศให้อุดมสมบูรณ์กลับมาเหมือนเดิม และในปัจจุบันได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมการกักเก็บน้ำและระบบนิเวศภายในหนองอีเจมให้มีความพร้อมสมบูรณ์ที่จะรองรับการเคลื่อนย้ายฝูงปลาบึกยักษ์ทั้ง ๑๕ ตัว แล้ว ทางมหาวิทยาลัยจึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยกันเคลื่อนย้ายฝูงปลาบึกยักษ์ทั้งหมด เพื่อนำกลับไปปล่อยคืนสู่หนองอีเจมดังเดิม ซึ่งหนองอีเจมยังเป็นแหล่งน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งสำหรับใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคภายในมหาวิทยาลัย และให้บริการแก่ชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยในช่วงหน้าแล้งที่ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

ทิพย์วรรณ  เวฬุวนาธร/ข่าว