“สำนักสงฆ์เณรคำ” สาขาอุบลราชธานี มีพระจำวัดอยู่ 2 รูป สิ่งปลูกสร้างเพียบ

“สำนักสงฆ์เณรคำ” สาขาอุบลราชธานี มีพระจำวัดอยู่ 2 รูป แต่สิ่งปลูกสร้างเพียบ

อุบลราชธานี – บุกสำรวจสำนักสงฆ์เณรคำ สาขาที่ 6 จ.อุบลราชธานี ได้รับที่ดินบริจาคจากผู้ศรัทธา 14 ไร่ มีพระจำพรรษา 2 รูป พร้อมสิ่งก่อสร้างจำนวนมาก ส่วนหลวงปู่เณรคำไม่ได้เดินทางมาหลายเดือนแล้ว ด้านสำนักพระพุทธศาสนาฯ ระบุ ไม่ผิดระเบียบการก่อตั้งเพราะไม่ใช่วัด

วันนี้ (26 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุบลราชธานีว่า บ้านหนองฝาง หมู่ 12 ต.โพธิ์ใหญ่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มีสำนักสงฆ์ขันติบารมี สาขา 6 ซึ่งเป็นสาขาของวัดป่าขัตติธรรมของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีพื้นที่ประมาณ 14 ไร่ ได้รับบริจาคมาจากนางเตือน ศาสตรศิลป์ และ ผศ.สรศักดิ์ แพรคำ อดีตข้าราชการครูบำนาญ เพื่อให้ตั้งสำนักสงฆ์ในหมู่บ้าน

โดยสำนักสงฆ์แห่งนี้ตั้งมาแล้วกว่า 3 ปี สภาพล้อมรอบด้วยต้นไม้เกือบเต็มพื้นที่ มีการก่อสร้างพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ ชื่อพระพุทธรูปศรีสุริยะธาตุศิวิไลซ์ เป็นพระประธาน รายล้อมด้วยพระพุทธรูปปางเดียวกันอีก 7 องค์ มีอาคารใช้ปฏิบัติศาสนกิจ และโรงครัวอย่างละ 1 หลัง กุฏิพักสงฆ์ขนาดใหญ่ 1 หลัง กุฏิพักอาศัยรูปเดียว 5 หลัง มีพระอาจารย์ที ไม่ทราบฉายาเป็นผู้ดูแล พักอยู่กับพระอีก 1 รูป

ขณะเข้าตรวจสอบพบพระลูกวัด เมื่อถามหาพระอาจารย์ ลูกศิษย์แจ้งว่าจำวัดอยู่ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามเรียกให้เปิดกุฏิก็ไม่มีเสียงตอบ จากการสอบถามพระลูกวัดรูปนี้เล่าว่า มาบวชและจำพรรษาอยู่ที่นี่เมื่อราวต้นปี และตั้งแต่บวชยังไม่เจอหลวงปู่เณรคำ เพราะปีนี้หลวงปู่เณรคำยังไม่เคยมาที่วัด ส่วนเรื่องอื่นของสำนักสงฆ์ตนไม่ทราบรายละเอียด

ต่อมาผู้สื่อข่าวพบกับนางลุน พรหมพฤกษา หญิงชราวัย 76 ปี เล่าว่าเป็นโยมอุปัฏฐากของสำนักสงฆ์ โดยก่อนหน้านี้ที่หมู่บ้านไม่มีวัดหรือสำนักสงฆ์ ต้องไปอาศัยทำบุญที่วัดหมู่บ้านใกล้เคียง ต่อมานางเตือนได้นิมนต์หลวงปู่เณรคำให้มาตั้งสำนักสงฆ์ใช้เป็นที่รวมจิตใจของชาวบ้าน ผศ.สรศักดิ์ที่มีที่ดินติดกับนางเตือนจึงยกที่ดินให้สร้างสำนักสงฆ์ด้วย

สำหรับสิ่งก่อสร้างในสำนักสงฆ์ได้มาจากเงินบริจาคของประชาชนที่มาทำบุญในสำนักสงฆ์เมื่อหลวงปู่เณรคำมาเทศนาในการจัดงานบุญ แต่ปีนี้หลวงปู่เณรคำยังไม่เคยเดินทางมา เนื่องจากทางหมู่บ้านยังไม่มีการจัดงาน มีเพียงพระ 2 รูปที่อยู่คอยดูแลสำนักสงฆ์

ขณะที่นายชยพล พงษ์สีดา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงสำนักสงฆ์แห่งนี้ว่าไม่จำเป็นต้องแจ้งขอตั้ง เพราะการเป็นที่พักสงฆ์นั้นอาจมาพักอยู่เป็นครั้งคราว ส่วนพระสงฆ์ที่มาอยู่ก็แจ้งให้เจ้าคณะตำบลรับทราบก็พอแล้ว และไม่ผิดระเบียบการก่อตั้งแต่อย่างใด จึงไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบเพราะยังไม่ใช่ธรณีสงฆ์เหมือนวัดทั่วไป

ภาพ , ข่าว :  ASTV