คนอุบลฯ ร่วมกันเพาะรัก สร้างเกราะคุ้มภัยให้ครอบครัวยุคสังคมซับซ้อน

อุบลราชธานี – สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี ชวนสถาบันครอบครัวร่วมสร้างรักในครอบครัวเพื่อสร้างเกราะคุ้มภัยให้ลูกใน สังคมที่เปราะบาง มีความซับซ้อนทางเศรษฐกิจสังคม พร้อมได้ข้อสรุปความรวยไม่ช่วยให้ครอบครัวประความสำเร็จ แต่ความรักของคนในครอบครัวสำคัญกว่า อนาคตคนจะรักข้ามเชื้อชาติหลังไทยเข้าสู่เออีซี

ที่บ้านกลุ่มเยาวชนเพาะรัก ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การ USAID ร่วมกับภาคครอบครัวในจังหวัดอุบลราชธานีเสวนาบ้านสุขใจด้วยไออุ่นรักในครอบ ครัว โดยมีตัวแทนที่เป็นบิดา มารดา บุตร และหน่วยงานส่งเสริมความมั่นคงในครอบครัวเข้าร่วม มีนายกมล หอมกลิ่น เป็นผู้ดำเนินรายการสนทนา

นายกมล หอมกลิ่น ผู้ดำเนินรายการสนทนาได้ถามผู้เข้าร่วมเสวนาว่า ปัจจุบันครอบครัวไทยเป็นครอบครัวเดี่ยว ต่างคนต่างอยู่ แต่งงานแล้วแยกครอบครัวไปอยู่ตามลำพัง ไม่ได้เป็นครอบครัวขยายที่คนในครอบครัวคอยดูแลกันและกันเหมือนในอดีต ทำให้การดูแลระหว่างผู้ที่เป็นพ่อแม่กับลูกมีความห่างไกลแม้อยู่ในบ้านเดียว กันก็ตาม

ซึ่ง น.ส.พัชรี แพงกัลยา นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เล่าว่า ครอบครัวของตนพ่อแม่และลูกต้องแยกกันอยู่คนละทาง เพราะพ่อแม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด ส่วนตนอยู่กับน้องอีก 2 คน ต่อมา ต้องเข้ามาเรียนต่อมหาวิทยาลัยในจังหวัด ต้องทิ้งน้องอยู่ที่บ้านต่างอำเภอ

แต่ครอบครัวก็มีการเชื่อมต่อด้านความสัมพันธ์ของพ่อแม่พี่น้องด้วย การพูดคุยทางโทรศัพท์โดยไม่มีการปิดบัง และตั้งแต่เล็กได้รับการปลูกฝังให้ผู้เป็นพี่ต้องรักน้องคอยดูแลน้องแทนพ่อ แม่ เมื่อมีวันหยุดติอต่อหลายวัน ทั้งพ่อและแม่ และตนก็จะกลับมาหาลูก มาหาน้องที่บ้าน จึงไม่รู้สึกว่าขาดความรักความอบอุ่นในครอบครัว เพราะลูกก็เข้าใจพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่ไม่ได้ไปทำงาน พวกตนก็ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ จึงทุ่มเทความรักให้กันในครอบครัวตลอดเวลา

“ตรงกันข้ามกับเพื่อนบางคนที่อยู่กับพ่อแม่ แต่ลูกก็ไม่อยากอยู่บ้านเพราะกลับบ้านทีไรต้องเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน จึงมีความคิดว่า แม้พ่อแม่ลูกจะอยู่ห่างไกลกันแต่ก็สามารถเชื่อมต่อความเป็นครอบครัวด้วยความ รักความเข้าใจของคนในครอบครัวเป็นสำคัญ”

ขณะที่ นางสมลักษณ์ แฝงพงษ์ ข้าราชการบำนาญซึ่งมีลูกประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานระบุว่า ในวัยสาวอยู่ในครอบครัวใหญ่ต้องเลี้ยงดูน้องถึง 7 คน เมื่อแต่งงานก็บอกกับสามีต้องดูแลน้องที่ยังเล็กก็รู้สึกสงสารสามีที่อึดอัด กับการมีครอบครัวใหญ่มีภาระต้องส่งเสียเลี้ยงดูน้อง กระทั่งมีลูกก็ส่งเสียเลี้ยงดูจนลูกคนโตจบการบินพาณิชย์ คนที่สองเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ส่วนคนสุดท้อง เป็นนักวิชาการอยู่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

ตัวแทนผู้เป็นแม่ในครอบครัวใหญ่เล่าถึงกลยุทธ์ในการเลี้ยงดูลูกให้ ประสบความสำเร็จเพราะนำประสบการณ์การเลี้ยงน้องคือ จะมีการพูดคุยกับลูกเพื่อสอบถามความต้องการของลูก การที่ลูกเป็นคนดี และประสบความสำเร็จทั้งการศึกษา และการทำงานเพราะจากการปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็ก

ครอบครัวของตนไม่ใช่คนร่ำรวย จึงเชื่อว่าครอบครัวที่อบอุ่นไม่ต้องมาจากความร่ำรวยแต่ขอให้มีความรักกันก็พอ

ด้านนายชาญณรงค์ คมเฉียบ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ ซึ่งเล่าประสบการณ์ในฐานะผู้เป็นพ่อกว่าจะเข้าใจลูกก็เมื่อลูกเรียนระดับ ปริญญาโท เพราะเพิ่งมีเวลาเมื่อขับรถไปส่งลูกเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย โดยยอมรับว่า สมัยวัยเด็กของลูกใช้บริการรถรับ-ส่งลูกไปโรงเรียน ไม่มีเวลาได้นั่งคุยกันอย่างจริงจัง เพราะตนเองก็ต้องไปทำงาน

เมื่อได้คุยกับลูกเมื่อโตแล้วจึงเข้าใจความรู้สึกของลูกที่เลี้ยงมาก ว่า 20 ปี และเข้าใจว่าการนิ่งเงียบไม่พูดคุยอะไรกับลูกไม่ใช่ความรัก แต่ต้องเริ่มเปิดหัวใจให้ลูกด้วยการพูดคุยให้ลูกรู้ รวมทั้งการตามใจลูกในทุกเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง และบางเรื่องก็อาจเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทำผิดด้วย

สำหรับนางอภิญญา ชมภูมาศ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยงานที่ 74 จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงสถาบันครอบครัวเป็นสถานบันแรกก่อนไปถึงสถาบันการศึกษาของลูก ความเข้าใจในครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญทำให้เกิดความเข้มแข็ง เมื่อครอบครัวเข้มแข็งถึงขยายไปสู่ชุมชน ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ปัจจุบันปัญหาของเยาวชนมีความซับซ้อนกว่าอดีต เพราะจากสภาพเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

ซึ่งไม่เหมือนเดิม การใช้เงินเลี้ยงลูกอย่างเดียวไม่ใช่เรื่องถูกต้อง และบางครอบครัวพ่อแม่ได้เงินมาอย่างผิดกฎหมายก็จะเป็นตัวอย่างให้ลูกทำตาม สังคมไทยปัจจุบันพ่อแม่เอาแต่ทำงาน ลูกก็ต้องอยู่กับอินเทอร์เน็ตทำให้ไม่มีการเชื่อมต่อด้านความสัมพันธ์ในครอบ ครัวไม่เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ดังนั้น เมื่อมีโอกาสพ่อแม่ต้องฟังให้เวลาพูดคุย และฟังลูกบ้างเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ความเข้าใจกันในครอบครัว

ขณะที่นายศิลารักษ์ เขียวสนาม ผู้ประสานงานสหพันธ์ครอบครัวเพื่อความสามัคคีและสันติภาคโลก ประจำประเทศไทย สาขาจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ความรักต้องเริ่มที่ครอบครัว บ้านคือความสำคัญถ้าเด็กเกิดในครอบครัวที่มีแต่ความรักก็จะนำความรักไปให้ กับคนรอบข้างเมื่อทุกคนมีแต่ความรักก็สามารถทำลายกำแพงด้านเชื้อชาติ

“เมื่อประเทศไทยเข้าสู่เออีซี ความรักจะเป็นตัวใช้เชื่อมต่อระหว่างมนุษย์คนหลายเชื้อชาติจะมีความสัมพันธ์ ข้ามเชื้อชาติกัน ความรักในครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์มีให้ต่อกันในอนาคต และความร่ำรวยไม่ใช่ความรักที่แท้จริง” ด้านผู้ร่วมฟังได้แสงความเห็นโดยระบุว่า ให้รักพ่อแม่มากกว่ารักลูก เพราะการรักพ่อแม่คือ ความกตัญญูที่จะส่งต่อกันไปเป็นรุ่นๆ และพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก แม้ปัจจุบันรับราชการแต่วันหยุดจะพาลูกเข้าสวนทำไร่ เพื่อใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน สอนให้ลูกรู้ถึงวิถีชีวิตที่แท้จริง”

ไม่ใช่จบปริญญาตรี แต่ทำนาไม่เป็น หุ้งข้าวกินเองไม่ได้ รวมทั้งมีความเห็นว่าบางครอบครัวที่แยกกันอยู่ พ่อ แม่ลูกไปคนละทิศละทาง บางครั้งก็ประสบความเร็จได้ด้วยความรักของคนในครอบครัวที่มีให้ต่อกัน บางครอบครัวเป็นคนร่ำรวย แต่ลูกติดยาเสพติด พ่อแม่เอาแต่ละเลาะกัน ก็เป็นครอบครัวที่ไม่มีความสุข การปลูกฝังความรักให้ลูกอย่างถูกวิธีในวัยเด็กจะเป็นภูมิคุ้มกันให้ลูกอยู่ ได้อย่างดีในสังคมปัจจุบัน

สำหรับการเสวนาครั้งนี้ สามารถชมเทปรายการย้อนหลังได้ที่ช่อง Sangsook เคเบิลทีวี โสภณเคเบิลทีวี ราชธานีเคเบิลทีวี และทางทีวีดาวเทียม Next step ช่องของดีประเทศไทย รวมทั้งสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันอุบลราชธานี FM 102.75 MHz และสถานีวิทยุ Clean radio FM 92.50 MHz อุบลราชธานี

ข่าว , ภาพ : ASTV