ตร.ประชุมเครียด คลายปมฉกทองปริศนามูลค่ากว่า 30 ล้าน เชื่อคนในแน่นอน

อุบลราชธานี – ผบก.เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนกรณีฉกทองปริศนามูลค่ากว่า 30 ล้านบาทเครียด เบื้องต้นสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 7 ปาก จะเรียกสอบเพิ่มอีก 2 เป็นบุตรชายและบุตรสาวเจ้าของร้านทองเพื่อเคลียร์ข้อสงสัย ขณะเดียวกันเร่งกู้ฮาร์ดดิสก์บันทึกภาพขณะเกิดเหตุใช้เป็นหลักฐานจับกุมคน ร้ายต่อไป

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (5 มิ.ย.) พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวนของ สภ.วารินชำราบ และสืบสวนภูธรจังหวัด เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายฉกทองคำรูปพรรณ มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท จากตู้เซฟในห้องนิรภัยร้านทองเยาวราช สาขาชุมชนตลาดกกแต้ อ.วารินชำราบ ซึ่งเบื้องต้นสงสัยเป็นฝีมือคนในร้านทอง จึงเชิญตัวมาให้ปากคำและพิมพ์ลายนิ้วมือแฝงไว้ตรวจสอบกับลายนิ้วมือที่เก็บ ได้ในที่เกิดเหตุนั้น โดยไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกร่วมรับฟัง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า เที่ยงวันนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และพนักงานสอบสวนจะเข้าไปเก็บหาหลักฐานในร้านทองที่เกิดเหตุเพิ่มเติมเพื่อ ให้ได้รายละเอียดขั้นตอนการเข้าโจรกรรม สำหรับการสอบสวนปากคำเบื้องต้น ได้เรียกตัวผู้เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าของร้านทอง ญาติ สามีเก่า และภรรยาใหม่มาให้ปากคำยืนยันช่วงวันเวลาที่เกิดเหตุอยู่ที่ใด มีใครเป็นพยานได้บ้างจำนวน 7 ปาก

นอกจากนี้จะเรียกพยานเพิ่มเติม คือ บุตรสาว และบุตรชายของ น.ส.จิดานันท์ อมรกุล เจ้าของร้านทอง กับนายวสันต์ พิริยะกิจไพบูลย์ สามีเก่า มาให้ปากคำอีกครั้งเพื่อเคลียร์ข้อสงสัยของเจ้าหน้าที่ สำหรับการกู้ไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดที่คนร้ายลบภาพขณะเกิดเหตุออกไปกำลังให้ เจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญกู้ไฟล์ภาพกลับมาใช้เป็นหลักฐาน ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 2-3 วัน

แต่หากไม่สามารถกู้ภาพขึ้นมาได้จะส่งฮาร์ดดิสก์ไปให้บริษัทที่เป็น เจ้าของเครื่องบันทึกภาพช่วยดำเนินการให้ด้วย และถึงขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใคร มีเพียงผู้ต้องสงสัยเท่านั้น แต่เชื่อว่าการเข้าโจรกรรมครั้งนี้เป็นฝีมือของคนในร้านที่รู้รายละเอียดภาย ในร้านทองแห่งนี้เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ น.ส.จิดานันท์ที่เป็นภรรยาเก่าของนายวสันต์ยังสงสัยเสามีเก่า เพราะปัจจุบันสามียังมีหนี้สินที่กู้ยืมมาจากสถาบันการเงินจำนวนมาก ยังค้างชำระ และกำลังถูกติดตามทวงถาม ขณะที่นายวสันต์ก็เชื่อเป็นฝีมือของ น.ส.จิดานันท์ ที่ต้องการโยกย้ายทองรูปพรรณที่เป็นสินสมรส ซึ่งยังไม่ได้แบ่งกัน เพื่อป้องกันถูกสถาบันการเงินฟ้องร้องยึดไปใช้ชำระหนี้ที่นายวสันต์ยังค้าง ชำระอยู่ในขณะนี้ โดยทองคำที่สูญหายไปทั้งหมดนั้น น.ส.จิดานันท์ระบุว่าไม่ได้ทำประกันไว้

 

ข่าว , ภาพ : ASTV