เจ้าของเต็นท์รถมือสองอุบลฯแจงทำธุรกิจถูก กม.เชื่อถูกกลั่นแกล้งจากเต็นท์คู่แข่งในพื้นที่

Jan 28, 12 เจ้าของเต็นท์รถมือสองอุบลฯแจงทำธุรกิจถูก กม.เชื่อถูกกลั่นแกล้งจากเต็นท์คู่แข่งในพื้นที่

เจ้าของเต็นท์รถมือสองแจงรถไม่ถูกอายัด ไม่ผิดกฎหมาย แต่ถูกกลั่นแกล้งจากคู่แข่งในพื้นที่ เหตุราคาขายของตนถูกกว่าทุกเต้นท์รถมือสองในจังหวัดอุบลราชธานี ยันยึดอาชีพขายรถมือสองมานานกว่า 16 ปี มีความชำนาญเพียงพอไม่ทำผิดกฏหมาย ขอความเป็นธรรม

จากกรณีเมื่อเย็นวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเข้าตรวจสอบเต็นท์ขายรถ พร้อมจับกุมพนักงานขายและอายัดรถที่ทำผิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ที่ไม่ติดแสดงฉลากการค้า รวมทั้งมีความผิดฐานประกอบการค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งขณะเข้าตรวจสอบเจ้าของไม่อยู่ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสุเมธ ไสยสมบัติ อายุ 50 ปี เจ้าของสุเมธเต็นท์ขายรถมือสอง ตั้งอยู่เลขที่ 270-272 ถนนสถิตย์นิมานกาล เทศบาลเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้แถลงข่าวชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเข้าจับกุม ว่า วันดังกล่าวพาครอบครัวไปเที่ยวต่างจังหวัด เนื่องในเทศกาลตรุษจีน

จึงได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่จะเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น และพร้อมนำเอกสารที่เจ้าหน้าที่สงสัยให้ดูทุกประการ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม ได้จับกุมพนักงานขายรถไปดำเนินคดีฐานไม่ติดแสดงฉลากการค้าตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และประกอบการค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่ได้มีการอายัดรถจำนวน 6 คัน ที่แสดงโชว์ไว้ที่หน้าร้านแต่อย่างใด

เมื่อเดินทางกลับมาในวันรุ่งขึ้น จึงเอาเอกสารทั้งเอกสารซื้อขายรถจากเจ้าของเดิม รวมทั้งสมุดคู่มือประจำรถทั้ง 6 คัน เอกสารการจดทะเบียนการค้าของเก่าที่ได้จดใหม่ไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ สภ.วารินชำราบ พนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องส่งฟ้องข้อหาเดียว คือ ขายสินค้าควบคุมโดยไม่ปิดฉลากให้ถูกต้องตามกฏหมาย ศาลแขวงจังหวัดอุบลราชธานี ลงโทษสั่งปรับ 10,000 บาท จำคุก 2 เดือน

แต่จำเลย คือ นายสุขุม ขุนโยธี พนักงานขายรถให้การรับสารภาพ จึงมีเหตุบรรเทาโทษปรับ 5,000 บาท เหลือจำคุก 1 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี

นายสุเมธ กล่าวว่า ขอยืนยันว่า ตนประกอบอาชีพขายรถมือสองมานานกว่า 16 ปี มีความชำนาญเพียงพอ การซื้อขายรถจะต้องมีการตรวจสอบสมุดคู่มือกับกรมการขนส่งทางบกก่อนทุกคัน โดยต้องเป็นรถที่สามารถโอนทะเบียนได้ จึงจะซื้อมาขายให้กับลูกค้า และไม่เคยนำรถจากบ่อนการพนัน หรือรถผิดกฎหมายอื่นมาขาย แต่สาเหตุที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเชื่อว่า ถูกคู่แข่งกลั่นแกล้ง เพราะรถของตนมีราคาขายถูกกว่าทุกเต้นท์รถมือสองในจังหวัดอุบลราชธานี

“จึงอยากขอความเป็นธรรมด้วย เพราะธุรกิจของตนเสียหายเมื่อมีข่าวลบออกไป แต่ไม่ติดใจใคร เพราะต้องการเดินหน้าทำมาหากินต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายสุเมธที่มีอาการเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงกับหลั่งน้ำตา เพราะหลังเกิดเรื่องมีลูกค้ามาสอบถามข้อเท็จจริงจำนวนมาก

ข้อมูล , ภาพ   ASTV ผู้จัดการ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>