พบชาวนาเขื่องในหวิดสิ้นชีพ จากพิษยาฆ่าหญ้า

Aug 13, 13 พบชาวนาเขื่องในหวิดสิ้นชีพ จากพิษยาฆ่าหญ้า

พบชาวนาเขื่องในหวิดสิ้นชีพ จากพิษยาฆ่าหญ้า

พบเกษตรกรอ.เชื่องในได้รับสารพิษจากยาฆ่าหญ้ายี่ห้อดัง เผยสัมผัสโดยตรงกับยาฆ่าหญ้าโดยไม่ใช้เครื่องป้องกันพบอาชีพใหม่รับจ้างฉีดยาฆ่าหญ้า ด้าน สสจ.อุบลฯ เต้นเร่งตรวจสุขภาพชาวนา

สืบเนื่องจากทีมข่าวสื่อสร้างสุขฯได้ทราบรายงานจาก สสจ.อุบลฯว่า ขณะนี้พบการใช้สารเคมีทางการเกษตรในพื้นที่ อบต.ธาตุน้อย อ.เชื่องในเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการลงพื้นที่ได้พบกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีคือนายบัวทอง บุญเพ็ง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 ม.6 บ้านธาตุน้อย ต.ธาตุน้อย อ.เขื่องใน จ.อุบลฯ ซึ่งเปิดเผยกับทีมข่าวสื่อสร้างสุขว่า เมื่อปี 2548 ที่ผ่านมา ตนเองได้ฉีดยาฆ่าหญ้าที่ทุ่งนา ผ่านไป 3 วันพบว่าหญ้ายังไม่ตายประกอบกับเป็นคนใจร้อนจึงลงมือถางหญ้าเอง โดยไม่ได้ใส่ถุงมือหรือรองเท้าบูธเลย ใช้เวลาถางประมาณหนึ่งสัปดาห์ซึ่งร่างกายสัมผัสกับผิวดิน ต้นหญ้าตลอด เมื่อไปพบแพทย์ระบุว่า ตนเองแพ้สารเคมี แต่ยังโชคดีที่สารเคมีสามารถแสดงผลออกมาทางผิวหนัง หากไม่มีอาการดังกล่าว แพทย์บอกว่าตนเองต้องเสียชีวิตอย่างเดียว ซึ่งนอกจากสัมผัสโดยตรงแล้ว ยังสูดดมอีกด้วย

จากการสังเกตด้วยตาเปล่าพบว่า ผิวหนังของนายบัวทอง จะเปลี่ยนสีเป็นสีเนื้อ เห็นได้ชัดเจนช่วงระหว่างนิ้วเท้าขึ้นไปถึงประมาณครึ่งแข้งของทั้งสองข้าง ในขณะที่มือก็มีอาการเหมือนกัน เช่นเดียวกับรอบรูจมูกและริมฝีปากผิวหนังก็เปลี่ยนสี ซึ่งนายบัวทองบอกว่า บริเวณที่แพ้นั้นจะแสบร้อนมากกว่าปกติ เป็นแผลได้ง่าย ถูกแสงแดดหรือทำงานหนักๆ ลำบากมาก และที่สำคัญสังคมรังเกียจ ทั้งที่ไม่ใช่โรคติดต่อ

นอกจากนี้นายบัวทองยังบอกอีกว่า ตนเองทราบถึงพิษภัยของสารเคมี แต่ที่ยังใช้เพราะต้องการความรวดเร็ว เนื่องจากไม่มีแรงงานเพียงพอ ซึ่งตนเองสามารถฉีดยาฆ่าหญ้าได้คนเดียววันละ 23 ถัง และใช้มือลงไปคนและสัมผัสกับสารเคมีโดยตรง และไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกันอื่นๆเลยและหลังจากวันนั้นตนเองก็ไม่ใช้สารเคมีอีกเลยและบอกกับเพื่อนบ้านไม่ให้ใช้สารเคมีเช่นกัน

ขณะที่นางแสง บุญอ้อม อายุ 58 ปี ภรรยานายบัวทอง เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจที่สามีได้รับผลกระทบดังกล่าว และบอกกับเพื่อนบ้านที่เลี้ยงวัว ควายให้ระวังพิษภัยจากยาฆ่าหญ้าอีกด้วย

นายพินิต บุญเพ็ง ตำแหน่ง ผอ.รพ.สต. ธาตุน้อย เปิดเผยว่า ในพื้นที่รับผิดชอบของ รพ.สต.ธาตุน้อย พบว่ายังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีผู้ป่วยจากสารเคมีทางการเกษตร อาจจะเกิดจากการไม่ยอมเปิดเผยข้อเท็จจริงของผู้ป่วย เนื่องจากเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะตำหนิในการใช้สารเคมี ประกอบกับพื้นที่ใกล้เคียงมีการใช้สารเคมีปลูกหอมแดง ซึ่งไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เป็นคนต่างถิ่นจากจังหวัดศรีษะเกษเข้ามาเช่าพื้นที่เพื่อปลูก ทำให้ส่งผลกระทบกับคนหมู่บ้าน โดยตรง เช่น กลิ่นเหม็น เพราะคนที่ปลูกเมื่อปลูกและพ่นสารเคมีแล้วก็กลับไปบ้านที่ศรีษะเกษ ทิ้งผลกระทบจากสารเคมีเหล่านั้นให้กับชาวบ้าน

ด้านการป้องกันนั้น ทาง รพ.สต.ธาตุน้อยได้ประชุมกับเครือข่ายเพื่อสำรวจพื้นที่การใช้สารเคมีที่แท้จริง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการให้ข้อมูล และขออยากให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้นเพื่อสุขภาพของตนเองและคนในชุมชน

อย่างไรก็ตามทีมข่าวได้สอบถามกับชาวบ้านเพิ่มเติมพบว่า มีการรับจ้างฉีดยาฆ่าหญ้าโดยคิดอัตราค่าจ้างถังละ 250 บาท ซึ่ง 1 ถังจะมีสารเคมี 200 ลิตร โดย 1 ถังจะฉีดพ่นได้ประมาณ 2 ไร่ ซึ่งขณะนี้เป็นที่นิยมมากเนื่องจากมีความรวดเร็ว และส่วนใหญ่รู้จักพิษภัยจากสารพิษดังกล่าวน ขณะเดียวกันทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีจะได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อหาทางป้องกันในเร็วๆ นี้ ซึ่งทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

ทีมข่าว : สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>